การเจาะสำรวจดิน ราคาเท่าไหร่ ปัจจัยที่มีผลต่อค่า Boring Test - sexytm/Soil-Boring-Test GitHub Wiki
ก่อนเริ่มการก่อสร้างอาคาร บ้านพักอาศัย โรงงาน หรือโครงการขนาดใหญ่ ขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ การเจาะสำรวจดิน (Soil Boring Test) ซึ่งเป็นการศึกษาชั้นดินใต้พื้นดินเพื่อให้วิศวกรสามารถออกแบบฐานรากและเสาเข็มได้อย่างเหมาะสม หลายคนที่กำลังวางแผนก่อสร้างจึงมักมีคำถามว่า เจาะสำรวจดิน ราคาเท่าไหร่ และมีปัจจัยอะไรที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการทดสอบดิน
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ราคาการเจาะสำรวจดิน รวมถึงปัจจัยที่มีผลต่อค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยให้สามารถวางแผนงบประมาณได้อย่างเหมาะสม
การเจาะสำรวจดิน (Soil Boring Test) คืออะไร
การเจาะสำรวจดิน คือกระบวนการเจาะดินลงไปใต้พื้นดินตามความลึกที่กำหนด เพื่อศึกษาลักษณะของชั้นดิน รวมถึงเก็บตัวอย่างดินไปทดสอบในห้องปฏิบัติการ
ข้อมูลที่ได้จากการเจาะสำรวจดินจะถูกนำไปจัดทำเป็น รายงาน Boring Log ซึ่งแสดงรายละเอียดของชั้นดินในแต่ละระดับความลึก เช่น
- ชนิดของดิน
- ความแข็งแรงของดิน
- ค่า SPT (Standard Penetration Test)
- ระดับน้ำใต้ดิน
ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญอย่างมากในการออกแบบฐานรากของอาคาร
บริษัท เอ็กซ์เพิร์ท ซอยล์ เซอร์วิส แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด
บริษัท Soil Test บริการรับเจาะดิน วิเคราะห์และทดสอบคุณสมบัติทางด้านวิศวกรรม ทดสอบเสาเข็ม (Seismic Integrity Test)

- 👉 Tel: 064 702 4996
- 👉 Line ID: @exesoil
- 👉 Website: https://soiltest.asia
- 👉 Youtube: https://www.youtube.com/@exesoiltest
- 👉 Facebook: https://tinyurl.com/exesoilboringtest
- 👉 IG: https://www.instagram.com/exesoiltest/
- 👉 Map: https://maps.app.goo.gl/BmGZWQmdayF2oEgC7
เจาะสำรวจดิน ราคาเท่าไหร่
โดยทั่วไป ราคาการเจาะสำรวจดิน จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความลึกของหลุมเจาะ จำนวนหลุมเจาะ และสภาพพื้นที่หน้างาน
ราคาประมาณของการเจาะสำรวจดินในประเทศไทยมักอยู่ที่
- 8,000 – 10,000 บาทต่อหลุม สำหรับความลึกประมาณ 20 เมตร
- 12,000 – 20,000 บาทต่อหลุม สำหรับความลึกประมาณ 30 เมตร
ทั้งนี้ราคาจริงอาจแตกต่างกันไปตามบริษัทที่ให้บริการและรายละเอียดของโครงการ
ปัจจัยที่มีผลต่อราคาการเจาะสำรวจดิน
ค่าใช้จ่ายในการทำ Boring Test อาจแตกต่างกันไปตามปัจจัยหลายประการ ได้แก่
- ความลึกของหลุมเจาะ
ยิ่งต้องเจาะลึกมาก ค่าใช้จ่ายก็จะเพิ่มขึ้น เนื่องจากต้องใช้เวลา เครื่องมือ และแรงงานมากขึ้น
- จำนวนหลุมเจาะ
โครงการขนาดใหญ่จะต้องเจาะหลายหลุมเพื่อให้ได้ข้อมูลดินที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
- สภาพพื้นที่หน้างาน
หากพื้นที่เข้าถึงยาก เช่น พื้นที่แคบ พื้นที่ลาดชัน หรือพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวาง อาจทำให้ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้น
- การทดสอบในห้องปฏิบัติการ
ตัวอย่างดินที่เก็บจากหลุมเจาะมักต้องนำไปทดสอบเพิ่มเติม เช่น
- Proctor Test
- CBR Test
- Atterberg Limits
การทดสอบเหล่านี้อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการเจาะสำรวจดิน
ทำไมต้องเจาะสำรวจดินก่อนก่อสร้าง
การทำ Soil Boring Test ช่วยให้วิศวกรทราบถึงคุณสมบัติของดินใต้พื้นดิน ซึ่งมีผลต่อความปลอดภัยของโครงสร้าง หากไม่มีการสำรวจดินก่อนก่อสร้าง อาจเกิดปัญหา เช่น
- อาคารทรุดตัว
- ฐานรากเสียหาย
- เสาเข็มรับน้ำหนักไม่เพียงพอ
ดังนั้นโครงการก่อสร้างส่วนใหญ่จึงจำเป็นต้องมีการเจาะสำรวจดินก่อนเริ่มออกแบบโครงสร้าง
สรุป
การเจาะสำรวจดิน (Soil Boring Test) เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้วิศวกรสามารถออกแบบฐานรากได้อย่างเหมาะสมกับสภาพดินในพื้นที่ โดย ราคาการเจาะสำรวจดิน มักขึ้นอยู่กับความลึกของหลุมเจาะ จำนวนหลุมเจาะ และสภาพพื้นที่หน้างาน
การลงทุนทำ Boring Test อย่างถูกต้องตามมาตรฐาน จะช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาโครงสร้างในอนาคต และทำให้โครงการก่อสร้างมีความมั่นคงปลอดภัยในระยะยาว